- โปรพอลิสจากผึ้ง เป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ จากการค้นพบสารช่วยบำรุงสุขภาพที่มาจากสารธรรมชาติล้วนๆ ที่ร่างกายให้ต่อสู้กับเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ช่วยบรรเทาอาการอักเสบผิวหนัง โรคกระเพาะอาหาร และ ปรับปรุงภูมิคุ้มกันโดยทั่วไปให้ดีขึ้น โปรพอลิส มีคุณสมบัติในการต้านเชื้อได้หลากชนิด ช่วยควบคุมให้พ้นจากการสลายตัวของเซลล์ซึ่งเป็นสัญญาณหนึ่งที่สามารถบอกได้ว่าเป็นโรคมะเร็ง
โปรพอลิสเป็นสารที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นสารต้านเชื้อตามธรรมชาติที่ทรงประสิทธิภาพ สามารถช่วยความเจ็บป่วยตั้งแต่โรคหวัดธรรมดาจนถึงโรคไขข้อ และการเจ็บป่วยจากการรับสารกัมมันตรังสี จากการประเมินผลงานวิจัย สารที่บรรจุอยู่ภายในพบว่าโปรพอลิสเป็นมากกว่ายาฆ่าเชื้อจากธรรมชาติและยารักษา เพราะโปรพอลิส คือ สารอาหาร เพียงแต่ทราบหรือเปล่าว่าโปรพอลิสคืออะไร เตรียมมาได้อย่างไร ช่วยคุณได้อย่างไร เรามาพิจารณาสารอาหารที่ทรงประสิทธิภาพนี้ด้วยกัน
โปรพอลิส (propolis) คืออะไร?
มนุษย์เกี่ยวข้องกับผึ้งมาหลายพันปีแล้ว โดยเฉพาะชาวอียิปต์โปราณจากหลักฐานที่ปรากฎระบุว่า ชาวอียิปซ์รู้จักใช้ประโยชน์จาก โปรพอลิส มาตั้งแต่ 3500ปีก่อนคริสกาล
โปรพอลิสมากจากภาษากรีกสองคำ คือ PRO แปลว่า ก่อน และคำว่า POLIS แปลว่า นคร เมื่อรวมกัน เป็น PROPOLIS ก็อาจแปลได้ว่า ผู้พิทักษ์นคร อริสโตเติ้ล ปราชญ์ชาวกรีก เป็นผู้ริเริ่มใช้คำนี้เป็นคำแรก
โปรพอลิส คือสารประกอบเรซินเหนียวสีน้ำตาลผสมไขผึ้ง ผึ้งเก็บโปรพอลิสมากจากต้นไม้เพื่อใช้ฆ่าเชื้อโรคภายในรัง ผึ้งยังใช้โปรพอลิสเป็นเสมือนกาวยารังและเป็นสารเคลือบสัตว์ที่เข้ามาตายภายในรังเพื่อมิให้เน่าเปลื่อย
เมื่อพิจารณาในด้านสารประกอบทางเคมี จะพบสารสำคัญที่ทำให้โปรพอลิส มีคุณสมบัติเป็นสารปฏิชิวนะที่ดีที่สุดตามธรรมชาติ คือ สารประกอบฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารประกอบจากพืชซึ่งเป็นที่รู้จักว่า มีคุณสมบัติในการต่อต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส เชื้อรา และมีคุณสมบัติยับยั้งการอักเสบ
นอกจากนี้ยังพบสารอาหารอื่นๆอีกกว่า 32 ชนิด อันได้แก่ กรดอะมิโน คาร์โปรไฮเดรต วิตามินต่างๆ เกลือแร่ เอนไซม์และสารต่อต้าน ฮอร์โมนจากธรรมชาติ
โปรพอลิส เป็นสารปฏิชีวนะจากธรรมชาติ และเป็นสารอาหารที่ปลอดภัย ปราศจากสารพิษ
คุณสมบัติของโปรพอลิส กับรังผึ้ง
เนื่องจากโปรพอลิสมีคุณสมบัติในการทำลายเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรค ผึ้งจึงใช้โปรพอลิสปูพื้นรังผึ้งที่เป็นที่อาศัยของตัวอ่อนซึ่งจะกลายมาเป็นราชินีผึ้งในอนาคต โปรพอลิสเป็นสารปฏิชีวะนะที่น่ามหัศจรรย์ในแง่ที่ว่า มีฤทธิ์ในการทำลายเชื้อโรคอย่างเฉพาะเจาะจง โดยมีผลฆ่าเชื้อแบคทีเรีย รา และไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคเท่านั้น และไม่มีผลต่อการทำลายเชื้อแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแต่อย่างได นอกจากนี้ ยังไม่ปรากฎว่ามีเชื้อแบคทีเรียชนิดใดที่ดื้อต่อโปรพอลิส จากคุณสมบัติที่สำคัญนี้ทำให้มนุษย์ได้นำเอาผลิตผลของผึ้งชนิดนี้มาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์มาอย่างกว้างขวางมาแต่สมัยโบราณ จนถึงยุคปัจจุบัน และจากประสบการณ์การใช้มาเป็นเวลานานไม่พบว่ามีผลข้างเคียงแต่อย่างใด
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงผึ้งได้รายงานการศึกษาวิจัยในผู้ช่วยกว่า 50000 คนในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย พบว่า ประสิทธิภาพของโปรพอลิส ครอบคลุมกว้างขวางมาก ได้แก่ โรคมะเร็ง การติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ อาการบวมบริเวณคอ โรคเก๊าท์ แผลเปิด โรคไซนัสอักเสบ กระเพาะอาหารอักเสบ โรคของหู โรคปรทันต์ การติดเชื้อในลำใส้ แผล ผื่นคัน ลำพิษ ปอดบวม ข้ออักเสบ โรคปอด ไวรัสลงกระเพาะ ปวดศีรษะ โรคพาร์กินสัน โรคติดเชื้อทางเดินน้ำดี โรคผิวหนัง การไหลเวียนของเลือดบกพร่อง หูด เยื่อบุตาอักเสบ และเสียงแหบ โปรพอลิสช่วยในการควบคุมฮอร์โมนและเป็นสารจากธรรมชาติที่มีประโยชน์สำหรับทุกคนทั้งที่มีสุขภาพแข็งแรงและไม่สบาย เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
ส่วนประกอบสำคัญของโปรพอลิส
ในการวิจัยส่วนประกอบสำคัญของโปรพอลิส พบว่ามีสารจากธรรมชาติหลายชนิดซึ่งออกฤทธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ได้แก่
- กรดอินทรีย์ ( ) เช่นกรดเบนโซอิค ( ) กรดซินนามิค ( ) กรดแคฟเฟอิค กรดเฟรูลิค กรดไอโซ-เฟรูลิค กรดไซแนปติค
- สารโพลีฟีนอล เช่น อะพิเจนิล
- สารฟลาโวน
- สารฟลาโวนอล
- สารฟลาโวโนน
- ยางไม้
- ขี้ผึ้ง
ในปี ค.ศ. 1987 งานวิจัยฉบับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยออกฟอร์ด ประเทศอังกฤษ พบว่า โปรพอลิสประกอบด้วยส่วนผสมต่างๆ 149ชนิด การประชุมโลกเกี่ยวกับโปรพอลิส ในปี ค.ศ. 1991 ได้พิสูจน์ว่าโปรพอลิสประกอบด้วยส่วนผสมทางเภสัชกรรมหลายชนิด ส่วนผสมสำคัญก็คือ ฟลาโวนอยด์(Flavonoid) ชนิดต่างๆ
- ฟลาโวนอยด์ชนิดต่างๆ จากผลงานวิจัยของนายเซระ ซาบูระ(Mr.sera saborou) แพทย์ชาวญี่ปุ่น เราพบว่าภายในรังผึ้งมีสารประกอบฟาโวนอยด์กว่า 34 ชนิด ซึ่งมีสรรพคุณดังนี้
1. ทำให้เซลล์ผิวหนังแข็งแรง กระตุ้นการทำงานของเซลล์
2. รวมเนื้อเยื่อที่เข้ากันไว้ด้วยกัน สร้างเซลล์ใหม่
3. ยับยั้ง ความเลวร้าย ป้องกันการก่อตัวนของสิ่งที่ทำให้เกิดมะเร็ง
4. ผ่อนคลายระบบประสาท มีสรรพคุณต่อต้านความดัน
5. ต่อต้านปฎิกิริยาเบต้า ออกซิเดชั่น กำจัดการทำลายจากสารอนุมูลอิสระ
ในปี ค.ศ. 1991 หนังสือพิมพ์ข่าวเศรษฐกิจญี่ปุ่น ตีพิมพ์รายงานฉบับหนึ่ง ซึ่งทำให้วงการอุตสาหกรรมยาต้องตกตะลึงว่า โปรพอลิสสามารถต่อต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง และเป็นไปได้ที่วันหนึ่งจะสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ สิ่งที่พิสูจน์ได้ก็คือ ไม่มีการทำลายหรือมีผลข้างเคียงต่อเซลล์ที่มีอยู่ ขณะเดียวกัน นายมัตซุโนะ เทตซุยะ จากสถาบันวิจัยเวซศาสตร์ป้องกันแห่งชาติ ประเทศญี่ปุ่น ก็ได้ประกาศผลลักษณะเดียวกันนี้ส่วนที่มีประสิทธิภาพก็คือ ไดเทอร์ฟีนอยด์ ของฟลาโวนอยด์ไนโปรพอลิส
ปัจจุบันยาที่ใช้อย่างกว้างขวางเพื่อยับยั้งเซลล์มะเร็งคือ แทกซาเซียส-แทกโซล ซึ่งเป็นฟลาโวนอยด์ชนิดหนึ่งด้วย
- วิตามิน พี (รูติน) ดร.เบนท์ ฮาฟสติน (Dr.Bent Havsteen) มหาวิทยาลัยคี(Kie Univesity) เยอรมันตะวันตก ระบุว่า รูตินในโปรพอลิสมีสรรพคุณเทียบได้กับแอสไพริน ยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่มีผลข้างเคียง รูตินสามารถกระตุ้นให้ร่างกายมนุษย์ผลิตภูมิคุ้มกันธรรมชาติชนิดหนึ่ง-อินเตอร์ฟีรอน(สารโปรตีน ชนิดหนึ่งมีฤทธิ์ป้องกันการแพร่พันธุ์ของเชื้อไวรัส) ดังนั้น มันจึงสามารถใช้เป็นภูมิคุ้มกันมนุษย์ได้ สรรพคุณของ รูติน ประกอบด้วย
1. ทำให้หลอดเลือดแข็งแรง-เพิ่มความดันโลหิตได้ถึง 76%
2. ทำให้หลอดเลือดอ่อนตัว-ช่วยให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นได้ดีขึ้น
- เอนไซม์ (Enzyme) โปรพอลิสประกอบด้วย เอนไซม์หลากชนิดที่พิสูจน์แล้วว่ามีผลต่อการรักษาโรค โปรพอลิสประกอบด้วย
1. อะไมเลส (am
2. คาเทปซิน (cathepsin)
3. อะดิโพส (adipose)
4. ทริพซิโนเจน (trypsinogen)
- ไฟตอนไซด์ (Phytoncide)
ทำให้คนมีอารมณ์คงที่ และมีร่างกายที่ปราศจากสารพิษ - กรดออร์แกนิค กรดคาเฟอิค และกรดซินเนมิค(Organic acid, caffeic acid, cinnamic acid)
โปรพอลิส เป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ
นายแพทย์ชาวฝรั่งเศษชื่อ ดร.เรมี ชาร์วิน บันทึกไว้ว่า โปรพอลิสสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ 100% ยาปฏิชีวนะที่
จากสารเคมีอีกต่อไป ทราบกันโดยทั่วไปว่าแพทย์เองก็กังวลกับการใช้ยาปฏิชีวนะสังเคราะห์ เนื่องจากมีผลข้างเคียงมาก เพราะยาดังกล่าวจะไปฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ดีต่อระบบด้วย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายขาดวิตามินที่จำเป็น
องค์การอนามัยโลก ได้เตือนให้ระวังเกี่ยวกับการกลับมาใหม่ของโรคร้ายแรงเช่น โรคมาเลเรีย วัณโรค โรคเอดส์
ไข้หวัดนก ฯลฯ มนุษย์จึงจำเป็นต้องค้นคว้าหาสารธรรมชาติ เพื่อมาช่วยดูแลสุขภาพ เพราะลำพังภูมิคุ้มกันในร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บดังกล่าวได้อีกต่อไป
งานวิจัยแสดงให้เห็นว่า โปรพอลิส ช่วยระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร ผิวหนัง เลือด ซึ่งผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ คนไข้ส่วนใหญ่ได้รับการฟื้นฟูและมีพัฒนาการที่ดีขึ้น
ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังทำการวิจัยเรื่องโปรพอลิส เพื่อให้คนได้รู้จักมากขึ้น ตัวอย่างเช่น
- ผลการต้านเชื้อแบคทีเรียธรรมชาติ
ระหว่างปี ค.ศ. 1967 ถึง 1969 ดร.ลินด์(Lind) ในอเมริกา ได้เน้นเรื่องสรรพคุณของโปรพอลิสที่มีต่อจุลินทรีย์ 81 ชนิด เขารายงานว่า โปรพอลิสมีคุณสมบัติ ในการป้องกันแบคทีเรียธรรมชาติในจุลินทรย์ 24 ชนิดและในไวรัส 20 ชนิด
1. ยับยั้งไวรัสที่ผ่านการกรองได้
โปรพอลิสสามารถควบคุมและยับยั้งการเจริญเติบโตของไวรัส วีเอสวี (VSV) บีเอสวี-1 (BSV-1) แซนเดอร์ไวรัส เอซวีเจ และเอสวี-40 (Sander’sVirus,HVJ and SV-40)
2. กระตุ้นให้เกิดการกำจัดแบคทีเรีย
โปรพอลิสสามารถเพิ่มระดับในการกำจัดแบคทีเรีย เมื่อใช้โปรพอลิสที่ความเข้มข้น 0.8-0.125 ม.ก/มล. ในเวลา 3 ชัวโมง เปอร์เซนต์การกำจัดแบคทีเรียจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 22.9-29.2% เมื่อทดสอบกับกระต่าย ผลปรากฏว่าโปรพอลิสสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กระต่ายต่อสู้กับเชื้อบาดทะยักได้
3. รักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ
ซูกิโมะโตะ (Sukimodo) ทดสอบกับหนู 3 กลุ่ม ที่เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบขั้นรุนแรง เขาให้ผงโปรพอลิส
ขนาด 0.3,0.9,9.0 มิลลิกรัม แก่พวกมัน เมื่อเปรียบเทียบกับหนูอีกพวกหนึ่ง(ที่ให้เพียงน้ำแร่) พบว่าหนูที่ได้รับโปรพอลิสมีอาการของโรคลดลงอย่างเห็นได้ชัด
4. รักษาบาดแผลและยับยั้งตุ่มหนองบนผิวหนัง
ดร. โมรุ (Dr.Moru) จากโรมาเนีย ใช้โปรพอลิส10%ทาบนแผลบนกล่องเสียงของเด็ก ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากแก่การรักษา แต่บาดแผลก็หายไปในช่วงเวลาสั้นๆ เขายังได้ใช้โปรพอลิสผสมกับสารต้านเชื้อรา เพื่อรักษาตุ่มหนอง ซึ่งภายใน 2-3วันตุ่มหนองเล่านั้นหายไป
การศึกษาจำนวนมากแสดงให้เห็นว่า โปรพอลิสมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียอย่างน้อย 21 สายพันธุ์ (รวมถึง MRSA) เชื้อรา 9 สายพันธ์ (รวมถึงเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคฝ้าขาว กลาก และเชื้อราที่เท้า) โปรโตซัว 3 สายพันธุ์ (รวมถึง Guardia) เชื้อไวรัส (รวมถึงโรคผิวหนังพุพองและไข้หวัดใหญ่) ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง ช่วยรักษาบาดแผลและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ช่วยรักษาโรคกระเพาะและลำใส้ ช่วยลดการติดเชื้อทางผิวหนัง ช่วยลดอาการอักเสบ มีสรรพคุณเป็นยาชา ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยหัวใจและหลอดเลือด ช่วยในเรื่องช่องปาก ช่วยรักษาโรคหลอดลมอักเสบ ช่วยรักษาโรคผิวหนังพุพอง กลาก เชื้อรา เหงือกอักเสบ สะโพกอักเสบ ช่องคลอดและปากมดลูกอักเสบ
ฟลาโวนอยด์คืออะไร สำคัญกับร่างกายเราอย่างไร
ความสำคัญของฟลาโวนอยด์ คือช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยดูดซึมวิตามินซี ช่วยให้ผนังเลือดฝอยแข็งแรง ไม่เปราะ แตกง่าย ช่วยลดการอักเสบ ช่วยป้องกันไม่ให้วิตามินในร่างกายและอดีนาลีนถูกทำลาย ช่วยให้ผู้ป่วยภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องมีคุณภาพดีขึ้น
ฟลาโวนอยด์ในโปรพอลิส มีผลในการป้องกันจากการติดเชื้อไวรัส คือ เชื้อไวรัสต่างๆนั้นถูกห่อหุ้มอยู่ในชั้นเคลือบของโปรตีน ตราบเท่าที่มันยังไม่แตกออกมา ตัวที่ทำให้เกิดการติดเชื้อและสารอันตรายก็ยังถูกกักอยู่ ไม่เป็นภัยอันตรายต่อร่างกาย เราพบว่าเอนไซม์ซึ่งโดยปกติแล้วจะย่อยโปรตีนนี้ได้ถูกยับยั้งไว้ ดังนั้น สารที่มีอันตรายจึงถูกกักขังเอาใว้ สารโปรตีนรอบๆไวรัสได้รับการห่อหุ้มโดยฟลาโวนอยด์ในโปรพอลิส สารฟลาโวนอยด์เหล่านี้จึงเก็บไวรัสไม่ให้ออกฤทธิ์เห็นกับมีภูมิคุ้มกันไวรัสเพียงแต่เกิดจากฟลาโวนอยด์ ที่มีอยู่ในโปรพอลิส
สารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง จึงมีประโยชน์ในการชะลอความเสื่อมของร่างกายป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด และใช้ประโยชน์ในการป้องกันโรคหัวใจและ หลอดเลือด รวมทั้งภาวะความเสื่อมของอวัยวะต่างๆที่เป็นผลสืบเนื่องมากจากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ
โปรพอลิส สามารถช่วยให้อาการต่างๆเหล่านี้ดีขึ้น
· ศีรษะ อ่อนเพลีย ตึงเครียด ปวดหัวเรื้อรัง เนื้องอกในสมอง
· ใบหน้า ปวดเมื่อยดวงตา โรคตาอื่นๆ เกร็งเส้นประสาท เยื่อจมูกอักเสบ หนองใน โพรงจมูก หูอักเสบ
· ระบบทางเดินหายใจ โรคหืด วัณโรค ต่อมทอนซิลอักเสบ ถุงลมโปร่งพอง ไข้หวัด มะเร็งในปอด เจ็บคอ
· ระบบทางเดินอาหาร เยื่อหุ้มฟันอักเสบ ปวดฟัน กระเพาะอาหารอักเสบ หลอดอาหารอักเสบ มะเร็งในกระเพาะอาหาร มะเร็งในช่องท้อง แผลในลำใส้ใหญ่ อาการไวต่อสารในลำใส้ใหญ่ แผลในช่องที่เกิดจากความเครียด
· ตับ ตับอักเสบ ตับแข็ง ตับมีไขมันมาก มะเร็งตับ เบาหวาน โรคเกี่ยวกับถุงน้ำดี
· ประสาท ความเครียด การหดเกร็งของระบบประสาท ไฮเปอร์โนเอีย ฮิสทีเรีย วัยทอง
· ระบบขับถ่าย โรคไต ตับ ลำใส้ใหญ่ ริดสีดวงทวาร ท้องผูกเรื้อรัง
· อวัยวะสืบพันธุ์หญิง เนื้องอกในมดลูก เยื่อบุมดลูกอักเสบ ความผิดปกติของประจำเดือน ภาวะผิดปกติก่อนมีประจำเดือน กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
· ผิวหนัง เมทาบอลิซึมของผิวหนัง เฮปาติซึม ภูมิแพ้ ผิวหนังอักเสบ เนื้องอกที่ผิวหนัง ตาปลา เชื้อราที่เท้า
· ระบบหมุนเวียนเลือด โรคหัวใจ โรคไตอักเสบ อ่อนเพลีย ลูคีเมีย มะเร็ง เนื้องอกที่ต่อมน้ำเหลือง
· ข้อต่อ โรครูมาตอยด์ มะเร็งที่เม็ดเลือดขาว ไขสันหลังอักเสบ โรคเก๊าท์ ข้อสันหลังอักเสบ
· กล้ามเนื้อ ปวดกล้ามเนื้อ ไหล่แข็ง กล้ามเนื้ออ่อนเพลีย ปวดหลัง คอลลาเจนดีซีส
โปรพอลิสยังมีคุณสมบัติในด้านใดบ้าง
คุณสมบัติของโปรพอลิสทางการแพทย์
โปรพอลิสให้ผลทางการแพทย์ใน 2 ลักษณะ คือ กระตุ้นระบบภูมิต้านทานในร่างกาย ซึ่งเป็นระบบอันเป็นกลไกธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ ลักษณะที่สอง คือ ออกฤทธิ์ฆ่า หรือ ทำให้เชื้อจุลินทรีย์เป็นอันตราย อาทิ เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ตลอดจนเชื้อไวรัสต่างๆ อ่อนกำลังหรือไม่สามารถทำอันตรายมนุษย์ได้
เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
ฟลาโวนอยด์ในโปรพอลิสมีผลโดยตรงต่อการกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า ฟาโกไซด์ ให้มีความสามารถและประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมต่างๆใด้ดีขึ้น รวมทั้งป้องกันการสึกหรอ เสื้อมโทรมและชำรุดเสียหายของเซลล์ ตลอดจนสามารถพัฒนาการดูดซึมอาหารที่มีประโยชน์บางชนิดใด้ดีขึ้น จึงเป็นผลดีสำหรับแผลทีอยู่ระหว่างติดเชื้อ ทำให้มีการติดเชื้อลดลง รวมทั้งยังเป็นการป้องกันก่อนติดเชื้ออีกด้วย
มีฤทธิ์กำจัดการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา
โปรพอลิสไม่เพียงช่วยป้องกันการติดเชื้อเท่านั้น แต่ยังมีฤทธิ์ฆ่าหรือทำให้เชื้อโรคที่ผ่านเข้าสู่ร่างกายไม่สามารถทำงานได้ ได้มีการทดลองพบว่า โปรพอลิสมีประสิทธ์ภาพต่อการหยุดยั้งการเจริญเติบโต หรือ การทวีปริมาณของเชื้อวัณโรคและป้องกันไม่ให้มันแพร่พันธุ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีฤทธ์ต่อต้านและทำลายแบคทีเรียได้หลายชนิด รวมทั้งชนิดที่ทำให้เกิดอาการเจ็บคอ(สเตร็ปโตค็อคคัส)
โปรพอลิสมีประสิทธ์ภาพเป็นยาปฏิชีวนะเหนือกว่า เตตราชัยคลีน เพนนิซิลิน และ สเตร็ปโตมัยซิน ยาปฏิชีวะนะทั้งสามชนิดนี้เป็นผลผลิตจากจุลินทรีย์ ในขณะที่ฟลาโวนอยด์ในโปรพอลิสเป็นผลิตผลจากต้นไม้ ซึ่งรายกายมนุษย์มีการตอบสนองต่อการบำบัดด้วยโปรพอลิสได้ดีกว่ายาปฏิชีวะนะ ซึ่งมักก่อให้เกิดผลข้างเคียงไม่มากก็น้อย
เสริมฤทธิ์ยาปฏิชีวนะ
นอกจากเป็นมีฤทธิ์เป็นยาปฏิชีวนะ โดยตัวมันเองแล้ว ยังช่วยเสริมประสิทธิภาพยาปฏิชีวนะอื่นๆ ให้มีประสิทธิภาพ 10-100เท่าของประสิทธิภาพเดิม นอกจากนี้ยังช่วยยืดอายุประสิทธิภาพของยาปฏิชีวนะชนิดที่เป็นขี้ผึ้งหรือน้ำมันสมานแผลได้เป็นอย่างดี
เป็นสารต่อต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น
สารประกอบฟลาโวนอยด์ในโปรพอลิส มีคุณค่าสูงในการบำรุงรักษาหลอดโลหิตฝอย ให้อยู่ในสภาพที่ดี นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นและเสริมประสิทธิภาพการทำงานของ วิตามินซี ด้วยการป้องกันไม่ให้เกิดปฏิกิริยาออกไซด์ เสริมประสิทธิภาพการทำงานในหลอดโลหิต ปฏิกิริยาออกซิเดชั่นเป็นสาเหตุให้ร่างกายเสื่อมโทรม แก่เร็ว เพราะกลุ่มอนุมูลอิสระในเซลล์จะถูกยึดใว้ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ฟลาโวนอยด์ยังมีความสามารถในการห่อหุ้มโลหะหนักอย่าง ตะกั่ว ปรอท และแคดเมี่ยม เพื่อป้องกันไม่ให้โลหะหนักเหล่านี้ทำอันตรายแก่ร่างกายได้ รวมทั้งขับสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย อันเกิดจากการผลิตของเชื้อจุลินทรีย์บางชนิดด้วย
ออกฤทธิ์ยับยั้งการผลิตพรอสตาแกลนดินส์
เมื่อร่างกายติดเชื้อหรือมีบาดแผล ร่างกายจะขับพรอสตาแกลนดินส์ ออกจากต่อม ทำให้เกิดความเจ็บปวดบาดแผล แผลอักเสบ และเป็นไข้ตัวร้อน สารประกอบฟลาโวนอยด์ในโปรพอลิสมีฤทธิ์สกัดกั้นการผลิตพรอสตาแกลนดินส์ในร่างกาย จึงช่วยบรรเทาอาการปวดในลักษณะคล้ายแอสไพริน แต่เป็นสารจากธรรมชาติ ไม่ใช่สารชีวะเคมีสังเคราะห์ จึงไม่มีผลข้างเคียงใดๆ
ออกฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งฮิสตามิน
หากร่างกายได้รับสิ่งแปลกปลอมอันเป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้เข้ามา ร่างกายจะขับสารฮิสตามิน ออกมาจากมาสต์เซลส์ ทำให้เกิดอาการแพ้ ปวดบวม เป็นผื่นคันแดง หรือคันตามผิวหนัง อาการดังกล่าวจะลดลงถ้ามีสารบางอย่างมาสกัดกั้นการขับฮิสตามิน ซึ่งจากการวิจัยพบว่าฟลาโวนอยด์ในโปรพอลิสมีฤทธิ์เป็นแอนตี้ฮิสตามิน คือ ยับยั้งการขับสารฮิสตามินของมาสต์เซลล์ได้ดี
คุณสมบัติสำคัญของโปรพอลิส
โปรพอลิสมีคุณสมบัติสำคัญในด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันรักษาโรคต่างๆดังต่อไปนี้คือ
· คุณสมบัติในการทำเชื้อแบคทีเรีย โปรพอลิสมีฤทธิ์ในการทำลายแบคทีเรียและยับยั้งการแบ่งตัวของแบคทีเรียมากมายหลายชนิด
· คุณสมบัติในการฆ่าเชื้อรา โปรพอลิสมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อราทั้งกลาก เกลื้อนและเชื้อราอีกหลายชนิด
· คุณสมบัติในการป้องกันการติดเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่ เริม และไวรัสอีกหลายชนิด
· คุณสมบัติในการทำให้ชา โปรพอลิสมีฤทธิ์ในการทำให้ชาสูงกว่าโคเคนและสามารถใช้แทนยาชาได้ ซึ่งฤทธิ์ดังกล่าวนี้ เกิดจากน้ำมันหอมระเหย
· คุณสมบัติในการป้องกันการอักเสบ จึงใช้ประโยชน์ได้ดีกับอาการอับเสบต่างๆ ในร่างกาย
· คุณสมบัติในการสร้างเซลล์ โปรพอลิสมีฤทธิ์กระตุ้นการสังเคราห์ของเซลล์ และเนื้อเยื่อ จึงให้ประสิทธิ์ภาพในการเร่ง ขบวนการสมานแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้นและลดโอกาสการเกิดแผลเป็น
· คุณสมบัติในการรักษาข้ออักเสบ โปรพอลิสเมื่อใช้รับประทานมีประสิทธิภาพสูงในการบรรเทาอาการอักเสบของข้อ โดยมีผลการวิจัยแสดงให้เห็นประโยชน์ในการบรรเทาอาการอักเสบของข้อ
· คุณสมบัติการกระตุ้นภูมิต้านทาน คุณสมบัติในการกระตุ้นภูมิต้านทานของโปรพอลิสเป็นสิ่งที่ถือว่ามหัสจรรย์ของธรรมชาติ
· คุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สารในกลุ่มฟลาโวนอยด์มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง จึงมีประโยชน์ในการชะลอความเสื่อมของร่างกาย ป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือดและใช้ประโยชน์ในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดรวมทั้งภาวะความเสื่อมของอวัยวะต่างๆที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากการทำลายของอนุมูลอิสระ
โปรพอลิสมีประโยชน์ด้านใดบ้าง
· ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง
พบว่าสารสกัดเอทานอลในโปรพอลิส เปลี่ยนโครงสร้างเซลล์มะเร็งในตับและมดลูก ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งรังไข่หนูแฮมสเตอร์ ช่วยยับยั้งเนื้องอก ช่วยยับยั้งมะเร็งทรวงอก ช่วยยับยั้งมะเร็งลำใส้ใหญ่ ช่วยยับยั้งมะเร็งที่ไต ช่วยยับยั้งมะเร็งที่กระเพาะอาหาร ช่วยยับยั้งมะเร็งที่ปอด
· ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
สารฟลาโวนอยด์ที่มีอยู่มากในโปรพอลิสเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ มีฤทธ์ยับยั้งอนุมูลอิสระ ป้องกันวิตามินซีไม่ให้ถูกทำลาย ป้องกันเซลล์ไม่ให้ถูกทำลายก่อนเวลาอันควร ป้องกันความเสียหายของเซลล์ตับ
· ช่วยรักษาบาดแผลและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
สารอาร์จินีนในโปรพอลิส ช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ ช่วยกระบวนการเมทาบอลิซึม การสร้างคอลลาเจน การรักษาแผลไฟใหม้ การทดลองกับคนไข้ 64 ราย อายุระหว่าง 23-98ปี ที่เป็นแผลบริเวณผิวหนังได้รับการรักษาโดยการทาโปรพอลิส เวลาผ่านไป 4-12สัปดาห์ คนไข้ 19 รายหายเป็นปกติ อีก 19 รายอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
โปรพอลิสนอกจากช่วยรักษาบาดแผล ยังช่วยลดอาการติดเชื้อ เชื้อแบคทีเรียกว่า 50%ถูกทำลายหมด ภายใน 4 วัน และไม่ทำให้เชื้อดื้อยาเหมือนยาปฏิชีวะนะสังเคราะห์ พบว่าเมื่อใช้เป็นประจำ สามารถรักษาบาดแผล แผลไฟใหม้ แผลพุพอง ได้ถึง 80%
การทดลองกับคนไข้อีกกลุ่มจำนวน 229 รายทีมีบาดแผลจากของมีคมแผลไฟใหม้ แผลติดเชื้อ และแผลพุพอง พบว่าสามารถรักษาบาดแผลและแผลไฟใหม้ได้ภายใน 11 วัน แผลติดเชื้อได้ภายใน 17.5วัน และแผลพุพองได้ภายใน 38 วัน
· ลดอาการติดเชื้อบริเวณหู
คนไข้ 126 รายที่มีอาการหูอักเสบเรื้อรังและเยื่อแก้วหูทะลุ หลังจากได้รับการรักษาด้วย โปรพอลิส ปรากฏว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ
· ลดอาการติดเชื้อบริเวณผิวหนัง
โปรพอลิสมีสารฟลาโวนอยด์และสารแคฟเฟอิค ที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของยีสต์และเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง เช่น กลาก เชื้อราที่เท้า
· ลดอาการอักเสบ
การศึกษาในหนูพบว่า สารฟลาโวนอยด์และสารแคฟเฟอิคที่สกัดจากโปรพอลิส ช่วยลดอาการอักเสบคล้ายกับผลของอินโดเมธาซิน ซึ่งเป็นยาที่นิยมใช้ลดอาการอักเสบ
การทดลองฉีดสารละลายโปรพอลิสกับคนไข้ 22 รายที่มีอาการข้อต่อสะโพอักเสพ พบว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ การทดลองกับคนไข้อีกกลุ่มจำนวน90 รายที่มีอาการช่องคลอดและคอมดลูกอักเสบพบว่าโปรพอลิสช่วยให้คนไข้กว่า 50%มีพัฒนาการดีขึ้นเช่นกัน
· สรรพคุณด้านยาชา
สารไพโนเซมบริน สารไพโนสโตรบิน กรดแคฟเฟอิค และเอสเตอร์ซึ่งเป็นสารประกอบในโพรพอสิสมีคุณสมบัติด้านยาชา เมื่อศึกษาลึกลงไปพบว่าออกฤทธิ์มากกว่าโคเคน 3 เท่า จึงอธิบายได้ว่าทำไมมนุษย์จึงใช้โปรพอลิสรักษาอาการเจ็บคอและแผลในช่องปากนานหลายศตวรรษ ไขผึ้งจากโปรพอลิสที่ใช้ในวงการทันตกรรมได้รับสิทธิบัตรในทวีปยุโรป
· เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
นักวิจัยชาวญี่ปุ่นสกัดสารจากโปรพอลิส เพื่อแสดงให้เห็นคุณสมบัติช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย การศึกษาร่วมกันระหว่างประเทศอเมริกาและประเทศโปรแลนด์พบว่า โปรพอลิสมีสารแอนตี้บอร์ดี้มากกว่าที่ผลิตจากม้ามของหนู 3 เท่า และมีการค้นเพิ่มเติมว่า โปรพอลิสสามารถช่วยยับยั้งเชื้อเอชไอวี-1 ที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
· ช่วยหัวใจและหลอดเลือด
สารสกัดที่เข้มข้นจากโปรพอลิส ช่วยลดความดันโลหิต ให้ผลในการระงับและรักษาระดับกลูโคสในน้ำเหลือง สารดีไฮโดฟลาโวนอยด์ในโปรพอลิสช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง ช่วยลดไขมัน ช่วยป้องกันตับจากแอลกอฮอล์และ เตตระคลอไรด์
1ขวดมี 200หยด ขนาดรับประทาน วันละ 5 หยด วิธีรับประทาน ผสมน้ำดื่มๆได้ทั้งวัน
1ขวดทานได้ 40 วัน ราคา 835 บาท
สนใจขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณเต้ย 081-692-4852
จัดส่งข้อมูลเพิ่มเติมทางอีเมล์นะครับเป็นไฟล์ PDF
โดยแจ้งเมล์มาที่ sales_good@hotmail.com